
ในฐานะของผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนเลือกที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนัก เพื่อหารายได้มากที่สุด ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายภายในบ้าน จนบางครั้งอาจลืมนึกไปว่า หากวันหนึ่งมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา จนทำให้เราไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้อีกต่อไป แล้วใครกันล่ะ ? ที่จะรับหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว บทความนี้เราอยากชวนผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว มาทำความเข้าใจกับวิธีการออกแบบทุนประกันชีวิต ว่าต้องทำอย่างไร ให้ความคุ้มครองตอบโจทย์อนาคตของคนที่คุณรัก
เมื่อครอบครัวต้องขาดเสาหลัก ผลกระทบอาจร้ายแรงกว่าที่คุณคิด
สิ่งที่น่ากังวลเมื่อครอบครัวต้องขาดเสาหลัก ไม่ใช่แค่ความเสียใจที่เกิดขึ้นจากความสูญเสีย แต่ยังมีผลกระทบด้านการเงินที่จะตามมา มีหลายครอบครัวที่สูญเสียรายได้หลักไปพร้อม ๆ กับการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว จนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อาจต้องขายทรัพย์สินบางส่วน หรืออาจต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อประคับประคองสถานการณ์ ดังนั้นผู้ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ควรมีหลักประกันที่ช่วยให้ครอบครัวยังเดินหน้าต่อไปได้ แม้ในวันที่ตนเองไม่อยู่แล้วก็ตาม
ประกันชีวิตไม่ใช่แค่เงินชดเชย แต่คือแผนเพื่ออนาคตของคนที่คุณรัก
สำหรับคนที่ตัวคนเดียว ยังไม่มีครอบครัวให้ดูแล อาจมองว่าการทำประกันชีวิตเป็นเรื่องไกลตัว และบางคนอาจมองว่าไม่จำเป็นด้วยซ้ำไป แต่สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว ประกันชีวิตคือสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากค่าสินไหมที่ได้รับเวลามีเหตุไม่คาดฝัน สามารถช่วยประคับประคองให้คนในครอบครัว ข้ามผ่านช่วงเวลาร้าย ๆ ได้ เช่น นำไปเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น นำไปปิดหนี้ก้อนใหญ่อย่างเช่น ค่าบ้าน ค่ารถ หรือ นำไปใช้ลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของครอบครัว เพราะฉะนั้นการทำประกันชีวิตจึงเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญมาก สำหรับการวางแผนครอบครัว
ทุนประกันชีวิตคืออะไร ? สำคัญเพียงใดต่อการวางแผนอนาคต
การทำประกันชีวิต ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์กับความต้องการจริง ๆ ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ คือ “ทุนประกันชีวิต” เพราะนี่คือจำนวนเงินสินไหมที่จะจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์ หากผู้เอาประกันเสียชีวิต หรือมีเหตุอื่น ๆ ตามที่ระบุเอาไว้ในความคุ้มครอง ทุนประกันชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่ว่า “เงินจำนวนนี้เพียงพอหรือไม่” สำหรับการวางแผนเพื่ออนาคตสำหรับคนที่คุณรัก เหล่านี้คือประโยชน์ที่จะได้รับ หากออกแบบทุนประกันชีวิตได้อย่างเหมาะสม
- เป็นเงินก้อนที่ช่วยให้ครอบครัวตั้งหลักได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับเสาหลักของครอบครัว
- เพิ่มสภาพคล่องด้านการเงินให้ครอบครัว จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากที่ต้องสูญเสียคนสำคัญ
- ลดแรงกดดันจากภาระหนี้สินภายในครอบครัว โดยเฉพาะหนี้สินก้อนใหญ่อย่าง ค่าผ่อนบ้าน หรือ ค่าผ่อนรถ
- ใช้เป็นเงินในการดูแลบุคคลในบ้านที่ไม่สามารถหารายได้ให้กับตนเอง เช่น เด็กเล็ก หรือ ผู้สูงอายุ
- ใช้เป็นเงินทุนเพื่อการลงทุนในอนาคต เช่น ใช้จ่ายเป็นค่าเทอมของลูก หรือ นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจครอบครัว
ออกแบบทุนประกันชีวิตอย่างไร ให้สามารถดูแลคนข้างหลังได้ ในวันที่คุณล้มลง
เนื่องจากปัจจัยด้านการเงินของแต่ละครอบครัวนั้นแตกต่างกัน บางบ้านมีลูกเล็ก บางบ้านมีผู้สูงอายุต้องดูแล หรือ บางบ้านอาจมีหนี้สินต้องรับผิดชอบ จึงไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ออกแบบทุนประกันชีวิตของแต่ละคนได้อย่างตายตัว การพิจารณาว่าควรมีทุนประกันชีวิตเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ ควรประเมินจากหลายปัจจัย และ พิจารณาให้รอบด้านมากที่สุด โดยเหล่านี้เป็นวิธีการออกแบบทุนประกันชีวิต ที่สามารถช่วยให้คุณเจอกับความคุ้มครองที่ตอบโจทย์มากที่สุด
ทุนประกันชีวิตควรครอบคลุมค่าใช้จ่ายของคนที่คุณรัก
วิธีการออกแบบทุนประกันชีวิตที่ง่ายที่สุด ให้พิจารณาจาก “ค่าใช้จ่ายในครอบครัว” เพราะในวันที่เสาหลักของครอบครัวต้องล้มลง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม ดังนั้นควรพิจารณาว่า ในวันที่ครอบครัวต้องเสียเสาหลักไป อยากมีเงินก้อนทิ้งเอาไว้ให้คนในครอบครัวเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี จากนั้นค่อยมาประเมินว่า จ่ายเบี้ยประกันไหวแค่ไหน
คำนวณภาระหนี้สินก้อนใหญ่
ไม่ควรมองข้ามเรื่องหนี้สินเป็นอันขาด โดยเฉพาะหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระในระยะยาว หากไม่มีแผนการรองรับ หนี้สินเหล่านี้อาจกลายเป็นภาระของคนที่คุณรักได้ อย่างน้อยที่สุดควรมีจำนวนเงินทุนประกันชีวิต ที่สามารถแบ่งมาใช้ชำระหนี้สินบางส่วนได้ เพื่อลดภาระด้านดอกเบี้ย หรือ ในครอบครัวที่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายมากนัก อาจนำเงินทุนประกันชีวิตที่ได้รับมาใช้เพื่อปิดหนี้บางก้อนก็ได้เช่นกัน
ทบทวนทุนประกันชีวิตทุกครั้งเมื่อชีวิตถึงจุดเปลี่ยน
ทุนประกันชีวิตไม่ควรเป็นตัวเลขที่มีการกำหนดครั้งเดียวแล้วจบ เพราะชีวิตคนเรามีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น การแต่งงาน การมีลูก อายุที่เพิ่มมากขึ้นของพ่อแม่ การมีรายได้เพิ่มขึ้น และการมีหนี้สิน ในทุก ๆ จุดเปลี่ยนของชีวิตล้วนส่งผลต่อจำนวนเงินที่คนที่คุณรักอาจจำเป็นต้องใช้ในอนาคต เพราะฉะนั้นผู้ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ควรทบทวนทุนประกันชีวิตเป็นระยะ เพื่อให้ความคุ้มครองยังคงสอดคล้องกับความจำเป็นด้านการเงินจริง ๆ ของคนในครอบครัว
บทส่งท้าย
การมองหาความมั่นคงให้กับครอบครัว ไม่ควรเป็นสิ่งที่ผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน การออกแบบทุนประกันชีวิตเพื่ออนาคตของคนที่คุณรัก ควรเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่วันที่คุณอยากจะเริ่มต้นสร้างครอบครัว และควรมองหาความคุ้มครองที่ตอบโจทย์จริง ๆ ทั้งในด้านอุบัติเหตุ และปัญหาสุขภาพ ทุนประกันชีวิตที่ดีควรเป็นหลักประกันให้กับคนที่คุณรัก แม้วันที่คุณไม่อยู่ครอบครัวก็ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรมีเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็น เพราะอาจส่งผลกระทบต่อรายจ่ายที่ต้องแบกรับในระยะยาวได้



