
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไลฟ์สไตล์ วิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของการมีครอบครัว จากเดิมการมีคู่ชีวิต มีลูก เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิต แต่ปัจจุบันหลายคนมักเลือกใช้ชีวิตแบบ “ครอบครัวคนโสด” หรือมีคู่ครองแต่ “ไม่มีทายาท” เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามคือเมื่อไม่มีลูก ไม่มีคนสืบทอดต่อ แล้วมรดกทรัพย์สิน ความมั่งคั่งที่สั่งสมมาสามารถส่งต่อให้ใครได้บ้าง? แล้วต้องส่งต่อด้วยวิธีไหน? มาวางแผนกันเลย
ทำไม “ครอบครัวคนโสด” หรือ “ไม่มีทายาท” ต้องวางแผนมรดก?
การวางแผนมรดก คือ การกำหนดผู้รับผลประโยชน์จากสินทรัพย์ต่าง ๆ ของผู้เสียชีวิตที่มีการระบุไว้ชัดเจนว่าสิ่งไหนต้องมอบให้กับใครบ้าง สาเหตุหลักที่มักต้องวางแผนเพื่อให้มั่นใจว่าหลังมีการเสียชีวิตทรัพย์สินนั้น ๆ จะถูกนำไปสร้างประโยชน์ให้กับบุคคลที่ตนเองต้องการให้ และยังป้องกันการถูกผู้อื่นเข้ามาสวมรอยแทน
ลำดับขั้นของทรัพย์สินกรณีไม่มีการวางแผนมรดก
กรณีคนโสดหากไม่ได้มีการวางแผนมรดกไว้ เมื่อเสียชีวิตสินทรัพย์ ความมั่งคั่งทั้งหมดจะถูกมอบให้กับญาติตามลำดับสายเลือดซึ่งเป็นสิ่งที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดไว้กรณีผู้เสียชีวิตไม่มีพินัยกรรม ดังนี้
- บิดามารดา
- พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดา
- ปู่ ย่า ตา ยาย
“ครอบครัวคนโสด” หรือ “ไม่มีทายาท” ต้องวางแผนมรดกอย่างไร?
รูปแบบของการวางแผนมรดกสำหรับคนโสด คนไม่มีทายาท สามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้วิธีเหล่านี้
1. การทำพินัยกรรม
วิธีวางแผนมรดกสุดคลาสสิกที่ทำกันมานาน เพราะสามารถระบุข้อมูลลงในเอกสารพินัยกรรมแบบละเอียดได้เลยว่าต้องการแบ่งสินทรัพย์ มรดกต่าง ๆ ให้กับใคร สัดส่วนเท่าไหร่ จากนั้นมีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (ส่วนใหญ่จะเลือกคนที่ผู้ทำพินัยกรรมไว้วางใจมากที่สุด) โดยระบุไว้ในเอกสารพินัยกรรมให้ชัดเจน เมื่อเสียชีวิตผู้จัดการมรดกจะทำการแบ่งทรัพย์สินด้วยการอ่านพินัยกรรมต่อหน้าทุกคน
2. การทำประกันชีวิต
ปกติในการทำประกันชีวิตจะต้องระบุ “ชื่อผู้รับผลประโยชน์” เอาไว้ในเอกสารกรมธรรม์ชัดเจน เมื่อเจ้าของกรมธรรม์ฉบับดังกล่าวเสียชีวิต เงินสินไหมทุกอย่างจะตกอยู่กับ “ผู้รับผลประโยชน์” ทันทีโดยไม่ต้องจัดตั้งผู้จัดการมรดกใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงติดต่อกับบริษัทประกันภัยให้เรียบร้อยก็สามารถรอรับเงินสินไหมภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือเป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมมากไม่แพ้กัน ทั้งนี้การเสียชีวิตของเจ้าของกรมธรรม์ต้องไม่ใช่สาเหตุต้องห้ามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
3. การตั้งมูลนิธิส่วนบุคคล
วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก การจัดตั้งมูลนิธิจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ดูแลมูลนิธินำเงินไปสร้างประโยชน์ต่อสังคมแบบยั่งยืน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ต้องมีการระบุไว้บนพินัยกรรมพร้อมรายละเอียดชัดเจน เช่น จุดประสงค์ของมูลนิธิ (เพื่อการศึกษา ศาสนา สาธารณกุศล ฯลฯ) สินทรัพย์ที่มอบให้มูลนิธิไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท โดยต้องเป็นเงินสดอย่างน้อย 2.5 แสนบาท มีการแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิล่วงหน้าอย่างน้อย 3 คน และร่างข้อบังคับของมูลนิธิให้เสร็จล่วงหน้า
“ครอบครัวคนโสด” หรือ “ไม่มีทายาท” ส่งต่อความมั่งคั่งให้ใครดี?
สำหรับใครที่อยู่เป็นโสด หรือไม่ได้มีทายาทสืบสกุลต่อ อาจกำลังมีแนวคิดว่าควรส่งต่อสินทรัพย์ ความมั่งคั่งต่าง ๆ ไปให้ใครดี? จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากสินทรัพย์มีโอกาสเป็นได้ ดังนี้
- บุคคลในครอบครัว: นอกจากบิดามารดา หรือพี่น้องตามสายเลือดแล้ว ยังสามารถส่งต่อให้กับหลาน หรือญาติคนอื่น ๆ ได้หากมีการกำหนดไว้ชัดเจน
- เพื่อนสนิท: สำหรับคนโสด ไม่มีคู่ครอง หากมีเพื่อนสนิท คนใกล้ชิดที่อยู่ด้วยกัน แม้ไม่ใช่ญาติก็สามารถมอบให้ได้
- ผู้ดูแล: หลายคนมักมอบมรดกให้กับผู้ดูแลในยามสุดท้ายของชีวิต
- องค์กรการกุศลต่าง ๆ: เช่น วัด มูลนิธิ กองทุนช่วยเหลือ องค์กรช่วยเหลือ ฯลฯ
การทำประกันชีวิต วิธีที่ตอบโจทย์สำหรับวางแผนมรดก
การเลือกทำประกันชีวิตก็ถือเป็นอีกวิธีที่ตอบโจทย์มากสำหรับการวางแผนมรดก เหตุเพราะมีการระบุ “ผู้รับผลประโยชน์” ในเอกสารกรมธรรม์ไว้ชัดเจน จึงไม่ต้องกังวลว่าเงินสินไหมจะตกไปอยู่กับผู้อื่น มากไปกว่านั้นการทำประกันชีวิตยังมีข้อดีในหลายด้าน ได้แก่
- กรณีไม่เสียชีวิตจนถึงอายุที่กำหนด สามารถรับเงินผลประโยชน์คืนได้ครบ 100% (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในกรมธรรม์)
- กำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยด้วยตนเองได้ เช่น 10 ปี, 15 ปี, 20 ปี
- สามารถซื้อความคุ้มครองด้านสุขภาพอื่นเพิ่มเติมได้ เช่น โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก เป็นต้น
- นำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 100,000 บาท
บทสรุป
การวางแผนมรดกถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะกับ “ครอบครัวคนโสด” และผู้ที่ “ไม่มีทายาท” ไว้สืบสกุลต่อ ซึ่งนอกจากทำพินัยกรรมแล้ว การทำประกันชีวิตก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ เพราะมั่นใจได้ว่าผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุจะได้รับเงินผลประโยชน์ดังกล่าวแน่นอน รวมถึงยังมีข้อดีอีกหลายด้าน ดังนั้นหากกำลังมองหาประกันชีวิตสักฉบับ “ประกันชีวิต โตเกียว ออล ไลฟ์” (Tokio All Life) จาก Tokio Marine เป็นอีกตัวเลือกที่ขอแนะนำ เบี้ยประกันเข้าถึงง่าย เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้เอง รับผลประโยชน์คืน 100% เมื่ออายุครบกำหนด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://tokiomarineplanner.com/tokio-all-life/



